โอกาสทางการศึกษาในที่นี้ หมายถึงความเสมอภาคและเท่าเทียมของเด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงเด็กต่างด้าวที่อพยพมาหรือเกิดกับพ่อแม่ที่เป็นแรงงานต่างด้าว ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาของไทยนับแต่เริ่มต้นจากระดับปฐมวัย ตามสิทธิและหน้าที่ทางการศึกษาแห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 รวมทั้งนโยบายการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมปฏิญญาสากลแห่งนี้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2533


จากการศึกษาวิจัยเรื่อง สิทธิทางการศึกษาของเด็กที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยของสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (มกราคม 2557) มูลนิธิกัลยาณมิตรเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนได้เข้าร่วมการศึกษาวิจัยในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด ในพื้นที่การศึกษา ณ จ. แม่ฮ่องสอน จ. หนองคาย จ. ระนอง จ. สระแก้ว จ. สมุทรสาครและกรุงเทพมหานคร พบว่า จำนวนผู้ปกครอง 1 ใน 3 หรือคิดเป็น 32% ของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่รู้ในสิทธิทางการศึกษาของบุตรหลานตาม พรบ. การศึกษาแห่งชาติดังกล่าวข้างต้น และเมื่อมาประกอบกับสถานะทางเศรษฐกิจและสภาพของครอบครัว จึงเป็นผลปรากฏว่า มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ขาดโอกาสทางการศึกษา รวมไปถึงการออกจากสถานศึกษากลางคัน ซึ่งข้อมูลที่ได้มานี้ ก็สอดคล้องกับข้อมูลการศึกษาระดับนานาชาติของ World Economic Forum 2014-2015 ที่พบว่าประเทศไทยยังคงมีข้อด้อยด้านคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน รั้งอันดับ 7 ของอาเซียน (ประเทศลาวอยู่ในอันดับ 6)

แม้รัฐบาลไทยจะมีมาตรการมากมายเพื่อตอบโจทย์ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนมาโดยตลอด แต่รากเหง้าสำคัญประการหนึ่ง ของมวลเหตุปัญหามาจากครอบครัว ครอบครัวที่มีฐานะพอจะส่งเสียบุตรหลานเข้าสถานศึกษาได้ ก็ดำเนินการไปตามระบบของโรงเรียน แต่หากเป็นครอบครัวที่ยากจน รวมไปถึงผู้ปกครองแรงงานต่างด้าวที่อพยพตามสถานประกอบการ อันนี้จะเป็นผลกระทบต่อการศึกษาของบุตรหลานเป็นย่างยิ่ง รวมทั้งความยากที่จะเกิดแก่ระบบการบริหารจัดการของโรงเรียนด้วยเช่นกัน


หากการพัฒนาโดยมุ่งเด็กเป็นที่ตั้งและเพื่อให้มั่นใจได้ว่า เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาตามสิทธิที่พึงได้รับนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน หน่วยงานราชการท้องถิ่น ตลอดจนองค์กรชุมชน หรือองค์กรพัฒนาเอกชนที่เกี่ยวข้อง จะต้องปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ด้านเด็กอยู่ตลอดเวลา


มูลนิธิกัลยาณมิตรเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานสถานการณ์ด้านเด็กในพื้นที่เป้าหมายของโครงการ เพื่อบูรณการความร่วมมือของทุกฝ่ายและสถานศึกษาให้มีศักยภาพและสมรรถนะในการบริการทางการศึกษาแก่เด็กทุกคน นับตั้งแต่การศึกษาประถมวัยไปจนถึงมัธยมศึกษา ตลอดจนการเสริมสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนตามระบบของกระทรวงศึกษาธิการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการนี้ รวมถึงการฝึกอบรมครูผู้สอนให้สามารถบริหารจัดการห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดการห้องเรียนที่มีเด็กที่มีความต้องการการดูแลพิเศษ หรือเด็กของบุตรหลานแรงงานต่างด้าวอยู่ในชั้นเรียน